มทร.อีสาน ปลูกฝังนศ. 5 วิทยาเขต


สำนึกรักษ์ศิลปะท้องถิ่น ไม่ให้สูญหายไปกับกระแสวัฒนธรรมต่างชาติ

การสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ไม่ให้สูญหายไปกับกระแสวัฒนธรรมต่างชาติ เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน
โดยเฉพาะเยาวชนผู้สืบทอดองค์ความรู้ ต้องให้เขามีส่วนร่วมในกิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นพื้นบ้าน
ในด้านต่างๆ ด้วยการลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง

นี่คือแนวคิดของ รศ.ดร.วินิจ โชติสว่าง รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
(มทร.อีสาน) ที่บอกถึงหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ความเป็นไทยให้คงอยู่ เยาวชนต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรม
สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นของตน และตระหนักถึงความสำคัญของการธำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมไทย
อาทิ การเล่นโปงลาง บทเพลงโคราช บทเพลงกันตรึม ล้วนเป็นศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสาน
ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป

และเป็นที่มาของงานสืบสานวัฒนธรรมไทยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ รศ.ดร.วินิจ บอกว่า
เป็นการดำเนินงานร่วมกันของทั้ง 5 วิทยาเขต อันได้แก่ ศูนย์กลางมหาวิทยาลัยนครราชสีมา วิทยาเขตกาฬสินธุ์
ขอนแก่น สกลนคร และสุรินทร์ หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพพร้อมให้นิสิตนักศึกษาตอบรับเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อมุ่ง
ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น สะท้อนถึงวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย

ซึ่งในปีนี้ โครงการสืบสานวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานครั้งที่ 5 มทร.อีสาน
เทิดพระคุณครู-อาจารย์ สืบสานวัฒนธรรมไทย”เป็นเจ้าภาพจัด และ เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรม
อนุรักษ์ความเป็นไทยพร้อมเคารพนบนอบเทิดพระคุณ ครู-อาจารย์ ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาการและวิชาชีพ



ภายในงานบรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมอีสานจากการแสดงความสามารถด้านศิลปะการแสดง
งานฝีมือของนิสิตนักศึกษา อย่างวงโปงลางของมทร.(วิทยาเขตสกลนคร)ที่เข้าร่วมการประกวดวงโปงลาง
หนึ่งในสมาชิกวง พงษ์พัฒน์ อินธิจันทร์ หรือน้องแพนด้า อายุ 21 ปี ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวะอุตสาหกรรมและ
เทคโนโลยี มทร.(วิทยาเขตสกลนคร) มีความสนใจดนตรีพื้นบ้านโปงลางมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เรียนรู้ฝึกซ้อมจน
สามารถเล่นโปงลางได้ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นม.1 เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยจึงเป็นหนึ่งในสมาชิกวงโปงลาง
มีส่วนร่วมสืบทอดภูมิปัญญาด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้านของลูกอีสาน

“การเข้าร่วมประกวดวงโปงลางและขับร้องเพลงลูกทุ่งไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงความรู้ความสามารถด้าน
ดนตรีพื้นบ้านและเป็นการแสดงเพื่อเทิดพระคุณครูมากกว่าการแข่งขันเอาชนะ แม้ไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศก็
ไม่ได้รู้สึกเสียใจ ตรงกันข้ามเป็นประสบการณ์ที่ดีของตนเองและเพื่อนร่วมวงอีกกว่า 40 ชีวิต นำเอาข้อผิดพลาด
เป็นบทเรียนเพื่อการพัฒนาศักยภาพความสามารถของการเล่นวงโปงรางในโอกาสต่อไป” น้องแพนด้าบอก



ด้าน เจษฏาภรณ์ ภูแดนไกร หรือน้องอ้อม ชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ (มทร.) วิทยาเขตกาฬสิทธุ์ ก่อนหน้านี้
เคยเข้าร่วมร้องเพลงประสานเสียงบทเพลงประจำมทร.อีสานของ 5 วิทยาเขต มาครั้งนี้ตั้งใจเข้าร่วมประกวด
แข่งขันประดับผ้า “ครูของแผ่นดิน” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและเทิดพระเกียติพ่อหลวงผ่านงานฝีมือการจับผ้า
นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ออกแบบจับจีบลายดอกบัวทั้ง 4 ด้านของผ้าคลุมโต๊ะแต่ละขั้นตอนต้องใช้ความ
ประณีตละเอียดอ่อน ที่สำคัญความรู้นี้อาจสร้างอาชีพให้กับเราได้ในอนาคต



ส่วน พรพรรณ เปลี่ยนสำโรง หรือน้องจิ๋ม นักศึกษาชั้นปี 1 คณะบริหารธุรกิจ มทร.อีสาน บอกว่า ใช้ความรู้เดิม
ที่มีด้านการทำบายศรีมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนร่วมทีมทั้ง 5 คน ช่วยกันออกแบบพานดอกไม้สดตาม
จินตนาการเพื่อใช้ในการประกวดแข่งขัน “พานไหว้ครู” ใช้ระยะเวลาในการทำ 5 ชั่วโมง
ผลงานที่ออกมาแม้ได้พียงชมเชยแต่ก็รู้สึกภาคภูมิในสิ่งที่ทำ 

"เป็นครั้งแรกที่กิจกรรมการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย รู้สึกประทับใจในรูปแบบการจัดงาน มีกิจกรรมที่หลากหลาย
ส่งเสริมให้นักศึกษาเห็นคุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของศิลปะการแสดง บทเพลงพื้นบ้าน งานฝีมือ
ที่สนับสนุนให้เยาวชนกล้าแสดงออกทางความคิด อีกทั้งได้เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นจากเพื่อนร่วมสถาบัน
การศึกษาในแต่ละวิทยาเขต"พรพรรณสรุป

สำหรับโครงการสืบสานวัฒนธรรมไทยในปีต่อไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานทั้ง 5 วิทยาเขต ยังคง
พร้อมใจกันส่งเสริมการจัดงานสืบสานวัฒนธรรมไทยให้เกิดขึ้นในปีการศึกษาหน้า ถือเป็นธรรมเนียมประเพณี
การปฏิบัติซึ่งจะมีการประชุมมอบหมายให้วิทยาเขตใดเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งที่ 6 ในลำดับต่อไปติดตามความ
เคลื่อนไหวกิจกรรมของมทร.อีสานได้ที่
http://www.rmuti.ac.th


ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์